ท่อ PPR คืออะไร?
สำหรับช่างประปาและผู้รับเหมาติดตั้งระบบน้ำ น่าจะทราบกันดีว่าระบบประปาภายในอาคารต้องการความทนทานและความปลอดภัย ท่อ PPR หรือ Polypropylene Random Copolymer คือท่อพลาสติกสีเขียวที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหา และใช้งานแทนท่อ PVC หรือ ท่อเหล็ก โดยเฉพาะระบบท่อน้ำร้อน น้ำอุ่น และระบบท่อส่งสารเคมีในโรงงานอุตสาหกรรม
จุดเด่นที่ทำให้ท่อ PPR ถูกนำไปใช้งาน คือ วิธีการต่อท่อด้วย “เครื่องเชื่อมความร้อน” ซึ่งสามารถหลอมเนื้อพลาสติกของท่อและข้อต่อให้รวมเป็นชิ้นเดียวกันได้ ทำให้ระบบท่อไม่มีวันเกิดสนิม ทนทานต่อแรงดันได้สูง และหมดปัญหาการรั่วซึมตามรอยต่อ แน่นอนว่าการจะติดตั้งระบบประปาให้เสร็จสมบูรณ์ได้ ต้องให้ความสำคัญกับการเลือกขนาดท่อให้สัมพันธ์กับการใช้งาน โดยในหัวข้อถัดไปเราจะมาเฉลยว่า ท่อ PPR ยาวกี่เมตร?
อ่านบทความเพิ่มเติม เกี่ยวกับ ท่อ PPR คืออะไร มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร เลือกใช้งานยังไงให้เหมาะสม

ขนาดท่อ PPR มีกี่แบบ?
ท่อ PPR มีความยาวเป็นมาตรฐานเดียวกัน คือ 4 เมตรรูปภาพด้านบนนี้เป็นตารางขนาดท่อ PPR สิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้ซื้อและผู้จัดจำหน่ายสามารถระบุขนาดท่อ PPR ได้อย่างสะดวก โดยทั่วไปเราจะเรียกท่อ PPR ด้วยขนาด เช่น 20 มม. หรือ สี่หุน ขนาดเหล่านี้ไม่ใช่ตัวเลขที่สุ่มมา แต่เป็นมาตรฐานที่ช่วยให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน โดยท่อแต่ละขนาดจะมีข้อมูลที่ใช้วัดแตกต่างกัน เช่น เส้นผ่าศูนย์กลางภายนอก เส้นผ่าศูนย์กลางภายใน ความหนาของผนัง และน้ำหนักต่อเมตร ซึ่งต้องนำไปพิจารณาร่วมกับการต่อข้อต่อ การรองรับแรงดัน และการไหลของน้ำ
หากคุณเคยใช้งานท่อ PVC หรือท่อเหล็กมาก่อน การวัดขนาดจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ขอแค่มีตารางขนาดท่อ PPR ไว้ดูเปรียบเทียบ ก็จะช่วยให้คุณสามารถวัดได้อย่างแม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้สิ่งที่แตกต่างของท่อ PPR คือ คุณสมบัติ เช่น ความทนความร้อนสูงกว่า ทนแรงดันได้ดีขึ้น ไม่เป็นสนิม และมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า ซึ่งทำให้วิธีเลือกและการใช้งานท่อ PPR ต้องพิจารณาเรื่องขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง และความหนาของผนังอย่างรอบคอบ
สามารถแบ่งประเภทของท่อ PPR ตามการใช้งานหลักได้ทั้งหมด 3 ประเภท ดังนี้
- ท่อ PP-R PN10 ชนิดใช้กับน้ำอุ่น ใช้กับช่วงอุณหภูมิ 38-60 องศา
- ท่อ PP-R Standard ชนิดใช้กับน้ำเย็นแรงดันสูง และน้ำอุ่นอุณหภูมิต่ำ
- ท่อ PP-R PN20 ชนิดใช้กับน้ำร้อน ใช้กับช่วงอุณหภูมิ 38-95 องศา
อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม เกี่ยวกับ ท่อ PPR ข้อดี ข้อเสีย มีอะไรบ้าง? รู้ไว้ก่อนตัดสินใจเลือกใช้งาน
วิธีการเรียกขนาดท่อ PPR แบบต่าง ๆ
ท่อ PPR ส่วนมากจะถูกเรียกตามขนาดเป็นหน่วยมิลลิเมตร เช่น ท่อ 20 มม., 25 มม., หรือ 32 มม. ตัวเลขเหล่านี้แทนเส้นผ่าศูนย์กลางภายนอกของท่อ ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กันในอุตสาหกรรมการผลิตและติดตั้งท่อ PPR สำหรับระบบน้ำเย็นและน้ำร้อน
ในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อต้องต่อท่อเข้ากับระบบประปาเก่าที่ใช้ท่อ PVC หรือ ท่อเหล็ก หลายคนอาจเคยได้ยินขนาดท่อเป็น “หุน” หรือ “นิ้ว” ซึ่งเป็นมาตรฐานการวัดที่นำเข้ามาจากจีน ซึ่งถูกนำมาใช้เรียกกันอย่างแพร่หลายในระบบประปาของไทย แต่ท่อ PPR ถือเป็นเทคโนโลยีใหม่จากยุโรป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายจึงเลือกใช้หน่วยวัดแบบมิลลิเมตรเป็นมาตรฐานหลักแทนระบบหุนและนิ้ว เพื่อความแม่นยำและลดความสับสน
ส่งผลให้ระบบการวัดท่อประปาในไทยจึงมีทั้งหน่วยหุน นิ้ว และมิลลิเมตร ซึ่งอาจทำให้ฝ่ายจัดซื้อมือใหม่ หรือช่างประปาเกิดความสับสนได้ง่าย การเข้าใจมาตรฐานและหน่วยวัดท่อแต่ละประเภทจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถเลือกขนาดท่อ PPR ที่เหมาะสมได้

การเลือกใช้ท่อ PPR ให้เหมาะสมกับประเภทงาน
1. พิจารณาประเภทของระบบน้ำก่อนเลือกท่อ
การเลือกขนาดท่อ PPR ให้เหมาะสม เริ่มต้นจากการระบุประเภทของระบบน้ำที่จะติดตั้ง เช่น ระบบน้ำเย็นทั่วไปสามารถใช้ท่อ PPR ที่มีผนังบางกว่าได้ แต่สำหรับระบบน้ำร้อนหรือท่อน้ำร้อน ต้องเลือกท่อที่มีผนังหนา เพื่อรับแรงดันและความร้อนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้สำหรับระบบน้ำดื่ม ควรเลือกท่อที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยต่ออาหารและน้ำ เพื่อความมั่นใจเรื่องสุขอนามัย
2. กำหนดขนาดท่อให้เหมาะสมกับอัตราการไหล
ขนาดท่อ PPR เป็นตัวกำหนดอัตราการไหลและแรงดันน้ำภายในระบบ การเลือกขนาดท่อที่เหมาะสมจะช่วยให้ระบบน้ำทำงานเต็มประสิทธิภาพและลดปัญหาน้ำไหลอ่อนหรือแรงดันตก สำหรับบ้านทั่วไปที่มีจุดใช้น้ำไม่มาก เช่น อ่างล้างมือ ฝักบัว และก๊อกน้ำในครัว ท่อขนาด 20–25 มม. ถือว่าครอบคลุมเพียงพอ
3. คำนึงถึงระยะทางและการจัดวางท่อ
ระยะทางจากต้นทาง ไปยังจุดใช้งานปลายทาง ส่งผลต่อแรงดันและอัตราการไหลของน้ำทุกจุด ยิ่งระยะทางไกลหรือมีจำนวนข้อต่อและข้องอเยอะ แรงดันน้ำจะตกลงตามความยาวท่อและแรงเสียดทาน ดังนั้นหากต้องเดินท่อระยะไกล ควรเพิ่มขนาดท่อขึ้นอีกระดับหนึ่งเพื่อชดเชยแรงดันที่สูญเสียไป
4. ตรวจสอบมาตรฐานและคุณภาพของท่อ
การเลือกท่อ PPR ที่มีคุณภาพและผ่านมาตรฐานสากลเป็นสิ่งสำคัญ ท่อ PPR ที่ดีควรได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO, DIN หรือมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับน้ำดื่ม เช่น NSF จะช่วยให้ระบบประปาทำงานได้ยาวนาน ลดปัญหาการรั่วซึม ผนังท่อเสียรูป หรือท่อเปราะง่าย

สรุป
การเลือกขนาดท่อ PPR และการตรวจสอบความหนาตามระดับค่า PN จาก ตารางท่อ PPR ให้ถูกต้อง จะช่วยการันตีความปลอดภัยให้กับระบบประปาภายในอาคาร ป้องกันปัญหาระบบน้ำไหลอ่อนหรือท่อแตก
หากคุณเป็นผู้รับเหมา ช่างประปา หรือฝ่ายจัดซื้อที่กำลังมองหาท่อ PPR คุณภาพสูงของแท้ ได้มาตรฐานสากล พร้อมอุปกรณ์ข้อต่อครบครันทุกขนาด สามารถติดต่อ ธงไทโชติ “ตัวแทนที่ใหญ่ที่สุดในไทย ในการจำหน่ายอุปกรณ์ประปากว่า 50 ปี” เราพร้อมให้คำปรึกษา ช่วยกำหนดสเปกจากแบบ และจัดส่งสินค้าตรงเข้าหน้างานอย่างรวดเร็วทันใจภายใน 3 วัน เพราะ “ธงไทโชติ ถูกจริง ถูกใจ ส่งไวแน่นอน”
สนใจสั่งซื้อสินค้า หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Add Line : @ttc2005
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ : 02-423-3523
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับขนาดท่อ PPR
Q: สรุปแล้ว ขนาดท่อ PPR วัดความโตจากจุดไหนของตัวท่อ?
A: วัดจากเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของตัวท่อเป็นหน่วยมิลลิเมตร
Q: หากต้องการซื้อท่อ PPR ราคาส่งสำหรับงานโครงการขนาดใหญ่ ควรติดต่อช่องทางใด?
A: สามารถแอดไลน์ @ttc2005 หรือโทรติดต่อ บริษัท ธงไทโชติ ได้โดยตรง เพื่อรับใบเสนอราคาพิเศษ
Q: สามารถใช้ข้อต่อท่อ PVC สีฟ้า มาเชื่อมต่อความร้อนเข้ากับท่อ PPR สีเขียวได้ไหม?
A: ไม่ได้ เนื่องจากวัสดุเป็นพลาสติกคนละชนิด จุดหลอมเหลวต่างกัน ไม่สามารถหลอมละลายรวมกันได้ ต้องใช้ข้อต่อเฉพาะของ PPR เท่านั้น


